|
โปรแกรมที่ 1 ตามรอยความรุ่งเรืองเมืองวิเศษชัยชาญ ช่วงเช้า -ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที มุ่งหน้าสู่อำเภอวิเศษชัยชาญ (ควรออกจากกรุงเทพฯประมาณ 7 โมงเช้า) -ชมวัดเขียน ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลาย วัดแห่งนี้มีจิตรกรรมฝาผนังชั้นครูที่เขียนถึงทศชาติชาดกอย่างสวยงามซึ่งวัดนี้ถือว่าเป็นวัดที่มีจิตรกรรมฝาผนังสวยที่สุดในจังหวัดอ่างทองอีกด้วย -ชมวัดอ้อย วัดกเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองวิเศษชัยชาญอีกแห่ง วัดแห่งนี้มีพระอุโบสถแบบมหาอุด (คือไม่มีหน้าต่าง)ที่สวยงามแบบเดียวกับวัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา องค์พระประธานเป็นพระหล่อสัมฤทธิ์ ชื่อหลวงพ่อดำ -ชมวัดวิเศษชัยชาญ วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ปัจจุบันเหลือเพียงเจดีย์สมัยอยุธยาเท่านั้น สำหรับสิ่งก่อสร้างอื่นๆล้วนสร้างใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ผู้สนใจจิตรกรรมฝาผนังสามารถชมภาพพุทธประวัติและภาพข้าศึกฝรั่งขี่ม้าได้ที่วัดแห่งนี้ -แวะชมตลาดศาลเจ้าโรงทอง ตลาดโบราณที่เคยถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่แต่ได้รับการบูรณะใหม่จนมีสภาพสมบูรณ์อีกครั้ง (นักท่องเที่ยวสามารถจอดรถได้อย่างสะดวกที่วัดนางในเพราะมีพื้นที่กว้างขวาง) เดินชมตลาดตามอัธยาศัยแล้วรับประทานอาหารกลางวันริมแม่น้ำน้อยที่ร้านนิรมิต ช่วงบ่าย -เดินทางไปชมวัดสี่ร้อย วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ขุนรองปลัดชู และชาวบ้านวิเศษชัยชาญจำนวน 400 คนที่ได้เสียชีวิตจากการสู้รบกับพม่า ใน พ.ศ. 2302 ภายในวัดยังมีพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ นามว่า "หลวงพ่อโต" หรือ "หลวงพ่อร้องไห้" ประดิษฐานให้ผู้คนกราบไหว้ สำหรับชื่อหลวงพ่อร้องไห้นั้นได้มาจากเหตุการณ์อัศจรรย์เมื่อปี พ.ศ. 2530 ว่ามีผู้พบเห็นหลวงพ่อโตมีโลหิตไหลออกมาจากพระนาสิกจนข่าวนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและมีผู้เข้ามากราบไหว้เป็นอันมาก -สักการะอนุสาวรีย์นายดอก นายทองแก้ว วีรบุรุษแห่งบางระจันที่โด่งดังเพื่อความสวัสดีมีชัย -ชมวัดม่วง สัมผัสพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และพระอุโบสถที่มีกลีบดอกบัวล้อมรอบที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกับชมแดนสวรรค์ แดนนรก เพื่อให้มนุษย์ตระหนักในการทำดีละเว้นความชั่ว ช่วงเย็น -เดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุพรรรบุรี โทร. 035-535789, 035-536030 |